เด็จพี่ ซัดฝ่ายแค้น ทักษิณ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ โว พท. เรตติ้งดี สส.ไม่ไหลออก
เด็จพี่ ซัดฝ่ายแค้น ทักษิณ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้  โว พท. เรตติ้งดี สส.ไม่ไหลออก
ข่าวการเมือง

เด็จพี่ ซัดฝ่ายแค้น ทักษิณ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ โว พท. เรตติ้งดี สส.ไม่ไหลออก

วันที่ 13 กันยายน 2568 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นกรณีที่มีกลุ่มบุคคลยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อคัดค้านการพิจารณาพักโทษให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่าการพิจารณาพักโทษเป็นอำนาจของกรมราชทัณฑ์ หากผู้ต้องขังเข้าเกณฑ์ตามระเบียบ ก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถได้รับเหมือนผู้ต้องขังรายอื่น ไม่ควรมีใครเข้าไปแทรกแซง หรือใช้อคติส่วนตัวมาบิดเบือนเรื่องนี้

วันนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่มีรัฐมนตรีกำกับกระทรวงยุติธรรม กระบวนการพักโทษจึงดำเนินตามปกติ อย่าใช้ความโกรธแค้นทางการเมืองมาทำลายสิทธิของบุคคล เพราะจะกระทบต่อผู้ต้องขังรายอื่นที่เข้าหลักเกณฑ์เช่นกัน นายพร้อมพงศ์กล่าว

พร้อมระบุว่า นายทักษิณยอมรับโทษตามกระบวนการยุติธรรมครบ 1 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด และเดินทางกลับประเทศ ทั้งที่สามารถเลือกไม่กลับมาก็ได้ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบในฐานะนักการเมืองและสุภาพบุรุษ

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า นายทักษิณถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย การที่ต้องรับโทษไม่ได้หมายความว่าพรรคจะอ่อนแอ ตรงกันข้าม พรรคยังมีผู้นำรุ่นใหม่อย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึง ส.ส. แกนนำพรรค และนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอีกจำนวนมากที่ยังคงทำงานร่วมกันอย่างแข็งขัน

ไม่มีใครในพรรคถอดใจ เราพร้อมเดินหน้าสู้ต่อ พรรคเพื่อไทยผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ทั้งการเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาล การยุบพรรค หรือรัฐประหาร ก็ยังยืนหยัดได้กว่า 20 ปี เพราะพลังสามัคคีและอุดมการณ์ร่วมกัน เขากล่าว

นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวจากฝ่ายตรงข้ามที่อ้างว่า พรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ สมาชิกทยอยลาออก ว่าไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า กระแสกลับเป็นบวกมากขึ้น เพราะประชาชนไม่ชอบเห็นใครถูกกลั่นแกล้ง

คนไทยเชียร์มวยรอง พรรคเพื่อไทยยังได้รับการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นจากฐานเสียงเดิม และกลุ่มกลางๆ ก็เริ่มหันมาสนใจมากขึ้น ทุกคนในพรรคยังคงทำงานเต็มที่ ไม่ย่อท้อ และเตรียมความพร้อมรับการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ นายพร้อมพงศ์กล่าว

พร้อมทิ้งท้ายว่า พรรคเพื่อไทยยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมคือ ประชาชนต้องมาก่อน โดยยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และเชื่อมั่นว่าความนิยมในพรรคจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ