เพื่อไทย จี้รัฐบาล สานต่อยุค แพทองธาร เยียวยาน้ำท่วม 9000 บาททุกหลัง
เพื่อไทย จี้รัฐบาล สานต่อยุค แพทองธาร เยียวยาน้ำท่วม 9000 บาททุกหลัง
ข่าวการเมือง

เพื่อไทย จี้รัฐบาล สานต่อยุค แพทองธาร เยียวยาน้ำท่วม 9000 บาททุกหลัง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย เร่งอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุ บัวลอย โดยขอให้กำหนดวงเงินไม่น้อยกว่าครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามแนวทางที่เคยอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

นายชนินทร์ระบุว่า ได้ติดตามข่าวกรณีนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ปรับเกณฑ์การเยียวยาน้ำท่วมให้เท่ากันทุกกรณีที่ 9,000 บาท ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ โดยพรรคเพื่อไทยขอสนับสนุนการปรับเกณฑ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกครัวเรือน

เงินเยียวยานี้จำเป็นต้องสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือนปรับสูงขึ้น จึงหวังว่ารัฐบาลจะเร่งอนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนอย่างทันเวลา นายชนินทร์กล่าว

นอกจากนี้ นายชนินทร์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเบิกจ่ายงบกลางจำนวน 1,700 ล้านบาท ที่อนุมัติไว้ในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยนาย

ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกฯ ซึ่งใช้งบดังกล่าวสำหรับการก่อสร้างหลุมหลบภัย หอกระจายข่าว และจ่ายเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รวม 7 จังหวัด

โดยขณะนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับธนาคารออมสิน ได้ดำเนินการโอนเงินเยียวยาครัวเรือนละไม่เกิน 5,000 บาท ไปแล้วจำนวน 247,257 ครัวเรือน แต่ยังมีอีก 6,659 ครัวเรือนที่ยังไม่ได้รับเงิน เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการลงทะเบียนพร้อมเพย์หรือปัญหาบัญชีธนาคาร

ในส่วนของการสร้างบังเกอร์หรือหลุมหลบภัยที่ได้รับงบประมาณไปแล้วนั้น นายชนินทร์เปิดเผยว่า บางพื้นที่ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน รัฐบาลควรเดินหน้าโครงการเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้งบตกหรือหยุดชะงักเพียงเพราะเป็นโครงการจากรัฐบาลก่อน นายชนินทร์กล่าวย้ำ